6 เหตุผลหลัก ที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดการทำงาน ในศตวรรษที่ 21
6 เหตุผลหลัก ที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดการทำงาน
ในศตวรรษที่ 21
บทความนี้เขียนขึ้นมาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของ digital อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้อ่าน ได้เห็นวิธีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตใน ศตวรรษหน้า เพื่อพํฒนาตนเองให้เตรียมพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้เขียนได้สรุปประเด็นหลักๆ เป็น 6 ข้อดังนี้
บทความนี้เขียนขึ้นมาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของ digital อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้อ่าน ได้เห็นวิธีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตใน ศตวรรษหน้า เพื่อพํฒนาตนเองให้เตรียมพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้เขียนได้สรุปประเด็นหลักๆ เป็น 6 ข้อดังนี้
1. อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ (remote
workforce) COVID-19 และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
เป็นเหตุผลที่ทำให้วิธีคิดในยุคนี้ต้องเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบันการทำงานมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น บริษัทสามารถจ้างพนักงานได้ทั่วโลก
ไม่จำเป็นต้องคัดเลือกพนักงานเพื่อมาทำงานในออฟฟิศเพียงเท่านั้น
ความสำเร็จของงานถือเป็นตัวชี้วัดในการทํางาน
มากกว่าต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามาที่ออฟฟิศ ซึ่งทำให้พนักงานทำงานบรรลุเป้าหมาย
มีความสุขมากขึ้นและ มีเวลาทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันและอนาคต (during
and post COVID) เราจะเริ่มเห็นองค์กรต่างๆ เริ่มให้พนักงานอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้มากยิ่งขึ้น
ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมในองค์กรที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการทำงานมีความหลากหลายของพนักงานทั่วโลก
การจัดการองค์การต้องปรับมุมมองใหม่
2. จะได้รับความยืดหยุ่นจากที่ทำงานมากยิ่งขึ้น
(more flexible workplaces) ไม่เพียงแต่พนักงานที่ทำงานนอกออฟฟิศ
แต่การทำงานในออฟฟิศก็มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
ซึ่งพนักงานสามารถกำหนดชั่วโมงการทำงานได้เอง
นั่นหมายความว่าเมื่อนำเอาผลลัพธ์ของงานเป็นเป้าหมาย ชั่วโมงการทำงานไปออฟฟิศอาจจะมีไม่มาก
เท่ากับทำงานนอกออฟฟิศ แต่ให้สิทธิที่จะออกแบบชั่วโมงการทำงานเองได้
ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละองค์การ
ทำให้รูปแบบการรับมือวิธีการบริหารโครงการในอนาคตต้องเปลี่ยนไป
3.
ทักษะด้านอารมณ์และความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
รวมไปถึงการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (soft skill) ซึ่งเทคโนโลยียากที่จะมาทดแทนบุคลากรที่มีทักษะด้าน
Soft Skill ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีความฉลาดมากล้ำเพียงใดแต่ก็ไม่อาจที่จะชนะความลึกซึ้งของมนุษย์ที่จะเข้าใจถึงจิตวิญญาณมนุษย์ได้
4. ความคิดสร้างสรรค์กลายเป็น soft skill ของ digital marketer ที่ทรงพลังขับเคลื่อนองค์กร (powerful
creativity will valuable) นอกจากทักษะ Soft skill แล้วความคิดสร้างสรรค์กลายเป็นข้อเรียกร้องของทุกบริษัทที่เราสามารถพิสูจน์ได้จากแนวโน้มการรับสมัครงานในปัจจุบันที่เกือบทุกบริษัทต่างต้องการพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กับความสามารถด้านเทคโนโลยี
5. หุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทในงานที่ซ้ำซาก
(AI will take over tasks) แต่ไม่สามารถทำงานแทนทักษะด้าน Soft
skill ได้
นั่นหมายความว่าหุ่นยนต์อาจจะช่วยสร้างคอนเทนต์ให้ติด SEO ได้
ส่งอีเมลอัตโนมัติได้ ควบคุมค่าใช้จ่ายทางสื่อสังคมออนไลน์ได้
แต่มนุษย์ก็ต้องเป็นผู้ควบคุมคุณภาพของงาน ควบคู่กับการทำงานของหุ่นยนต์ไปด้วยกัน
6. การคัดเลือกเข้าทำงานจะมีความเข้มข้นมากขึ้น
(recruiters will embrace more pre-screening tactics) จากการใช้เทคโนโลยีสัมภาษณ์ออนไลน์เพื่อพิสูจน์ความสามารถทั้งทางด้านทักษะหลัก
(hard skill) และทักษะด้านอารมณ์ ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการพัฒนาตนเอง
(soft skill) ได้ดีแล้ว ผู้สมัครงานต้องเตรียมนำเสนอผลงานที่มีคุณภาพ
นำเสนอผ่านทางช่องทางออนไลน์ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์จริงเกิดขึ้น
สุดท้ายหวังว่า บทความนี้จะมีประโยชน์ ต่อ digital marketer และผู้อ่านหลายๆ ท่าน หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์ จะแชร์ต่อให้เพื่อนพ้องได้รับรู้ ผู้เขียนก็ยินดีนะครับ
สุดท้ายหวังว่า บทความนี้จะมีประโยชน์ ต่อ digital marketer และผู้อ่านหลายๆ ท่าน หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์ จะแชร์ต่อให้เพื่อนพ้องได้รับรู้ ผู้เขียนก็ยินดีนะครับ
Strong Together: RU MBA MMM DIGITAL MARKETING รามคำแหง
Comments
Post a Comment
If you have any doults, please let me know