Digital Analytics เครื่องมือเจาะลึกพฤติกรรมออนไลน์
Digital Analytics เครื่องมือเจาะลึกพฤติกรรมออนไลน์ของผู้ใช้
นักการตลาดออนไลน์จะเข้าถึงความต้องการของลูกค้าออนไลน์ได้อย่างไร
ในเมื่อเราไม่เคยรู้จักลูกค้ามาก่อนเหมือนการขายสินค้าแบบมีหน้าร้าน
สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการค้นหากลุ่มเป้าหมายออนไลน์นั้นไม่เหมือนกับการตลาดแบบออฟไลน์
เนื่องจากการวิจัยเพื่อให้เข้าใจกระบวนการตัดสินใจซื้อแบบออฟไลน์
และออนไลน์มีเครื่องมือในการติดตามที่แตกต่างกัน
หากเป็นจะทำการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าแบบออฟไลน์
กว่าเราจะได้ข้อมูลมาแต่ละขั้นตอนจำเป็นต้องอาศัยเวลา
เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจและวางแผนด้านการตลาด ดังนั้นไม่แปลกหรอกที่ในอดีตแผนการตลาด
จะกำหนดเป้าหมายด้านการตลาด ในระยะ 1 ปีได้ แต่ปัจจุบัน
ข้อมูลรอยเท้าของผู้ใช้ออนไลน์มีจำนวนมาก
หากผู้ประกอบการสร้างเคมเปญการตลาดออนไลน์ ได้โดนความต้องการของคนหมู่มาก
ก็จะทำให้ ในแต่ละวินาที จะมีปริมาณ
และจำนวนผู้ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ (text) รูปภาพ (photo)
วีดีโอ (video) เสียง (voice) หรือในรูปแบบ recognition technology เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
คิดดูว่า เมื่อนักการตลาดออนไลน์พบการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่รวดเร็ว
จะผลต่อการปรับเปลี่ยนเคมเปญการตลาดที่เร็วขึ้น
จึงทำให้การกำหนดเป้าหมายเคมเปญการตลาดจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาวัดผลที่ยาวนาน เป็น ปี ซึ่ง ปัจจุบันนี้
สามารถวัดผลข้อมูลได้แบบ realtime คิดดูสิว่า
ปริมาณข้อมูลในแต่ละวินาทีจะมหาศาลเพียงใด (BIG DATA)
ดังนั้นนักการตลาดต้องพร้อมที่อยู่ในยุคของ
BIG DATA ที่ต้องพัฒนาทักษะในการเข้าถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ลึก
(deep insight customer) และรวดเร็ว (high speed) มากขึ้น
แนวคิดกระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคยังเป็นแนวคิดเดิม
แต่เครื่องมือในการวิเคราะห์อาจเปลี่ยนแปลงไปตามยุค สมัย
หากวิเคราะห์แนวคิดการซื้อสินค้าออนไลน์ (purchase funnel) ในแต่ละเครื่องมือไม่ว่าจะเป็น google
analytics หรือ facebook analytics ต่างวัดผลลัพธ์เป้าหมายได้เหมือนกัน
แต่จะรายงานผลออกมาแตกต่างกันไปแนแต่ละแพลตฟอร์ม เมื่อเปรียบเทียบกระบวนการในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ยังใช้แนวคิดเดิมได้คือ
5 ขั้นตอน กระบวนการก่อนตัดสินใจ ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนแรกก่อนตัดสินใจซื้อ หนึ่งขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ
และหลังจากการตัดสินใจซื้ออีกหนึ่งขั้นตอน ซึ่งทั้ง 5 ขั้นตอนนี้
จะมีกระบวนการในการเก็บข้อมูลและรายงานผลข้อมูลทางสถิติ ที่ใช้เครื่องมืออฟไลน์และออนไลน์
ต่างกัน
บทความนี้จะยกตัวอย่างเครื่องมือการวิเคราะห์ของ Google Analytics ที่สามารถรายงานผลพฤติกรรม เหลือเพีงแค่ 3 ขั้นตอน คือ
2.
Behavior เป็นขั้นตอนที่
2 จะรายงานข้อมูลเชิงเชิงพฤติกรรม ที่ทำให้เราทราบว่าผู้ใช้เข้ามาอยู่ในเว็บไซต์ของเรา
ในแต่ละหน้าเป็นเวลานานแค่ไหน เวปไชด์หน้าไหนเป็นหน้าที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
หรือสินค้าตัวไหน เป็นสินค้าที่ถูกส่องนานเป็นพิเศษ
หรือมีสินค้าตัวไหนที่ผู้ใช้าไม่สนใจเลย
หรือมีความผิดปกติในหน้าเว็บไซต์หน้าใดที่ไม่มีใครเข้าไปดูสินค้าในหน้านี้เลย
ซึ่งจะทำให้นักการตลาดสามารถตอบสนองความต้องการได้ลึกและรวดเร็วมากขึ้น
3.
Conversion เป็นขั้นตอนที่ 3 เป็นการรายงานข้อมูลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
(conversion) ซึ่งขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่ผู้ประกอบกำหนดขึ้นมาก่อนหน้า
อาจจะเป็นข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า การลงทะเบียนเป็นสมาชิกที่เว็บไซต์ e-commerce
ที่ผู้ประกอบการได้กำหนดขึ้นมา
ข้อมูลเชิงลึกส่วนนี้นักการตลาดสามารถทำการวิเคราะห์ ได้ว่าในแต่ละวินาที
มีการสั่งซื้ออะไรบ้าง แต่ละครั้ง ลูกค้านิยมสินค้าประเภทใด อะไรที่ขายได้
อะไรที่ขายไม่ได้ เป็นต้น
จากข้อมูลการรายงานผลของ google analytics จะช่วยให้ digital
marketer สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ทั้งเชิงปริมาณ (quantitative
data) และวัดเชิงคุณภาพ (qualitative data) นำไปสู่การปรับปรุงช่องทางการตลาดออนไลน์ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ตั้งไว้
โดยสามารถวัดข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะมีผลต่อการวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT)
จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค
เพื่อนำไปทำการปรับปรุงแผนการตลาดได้ต่อไป
Strong Together: RU MBA MMM DIGITAL MARKETING รามคำแหง

Comments
Post a Comment
If you have any doults, please let me know